กิจกรรมที่ 8 — ออกแบบระบบสำหรับฟาร์ม (Design)
IoT ในฟาร์มอัจฉริยะหน้าแรก

กิจกรรมที่ 8 — ออกแบบระบบสำหรับฟาร์ม (Design)

เกษตรกรร่วมกันวางแผนระบบบนแผนผังฟาร์ม

85 นาที เลือกโจทย์ 5 · การสื่อสาร 20 · พลังงาน 15 · ออกแบบระบบ 30 · นำเสนอและแลกเปลี่ยนกับกลุ่มคู่ 15

ใบงาน

8.1เลือกโจทย์

กำหนดโจทย์ของกลุ่ม

  1. เลือกหนึ่งสถานการณ์จากตารางด้านล่าง หรือใช้ปัญหาจริงของสมาชิกในกลุ่มก็ได้ จากนั้นจดสถานการณ์และปัญหาที่ต้องการแก้ไว้ในข้อ 2
โจทย์ สถานการณ์
A โรงเรือนผัก โรงเรือน 6 × 20 เมตร ใกล้บ้าน มีไฟบ้านและ WiFi ถึง ปลูกผักสลัด ปัญหาคือร้อนจัดช่วงบ่ายและรดน้ำไม่สม่ำเสมอเมื่อเจ้าของไม่อยู่
B สวนผลไม้ 10 ไร่ ลำไยหรือมะม่วง อยู่ติดบ้าน แปลงยาว 400 เมตร ต้องการรู้ความชื้นดิน 3–4 จุดกระจายทั่วสวน และสั่งวาล์วน้ำหยดเป็นโซน ต้องการใช้โซลาร์เป็นแหล่งพลังงาน
C ไฮโดรโปนิกส์ (ขั้นสูง) โต๊ะปลูก 8 โต๊ะในโรงเรือน ต้องเฝ้าระดับน้ำ อุณหภูมิน้ำ และค่า EC/pH ปั๊มหมุนเวียนจะหยุดนานเกิน 30 นาทีไม่ได้
D แปลงห่างไกล ไม่มีไฟ (ขั้นสูง) ข้าวโพดหรือมันสำปะหลัง 20 ไร่ ห่างบ้านไป 3 กิโลเมตร ไม่มีไฟบ้าน สัญญาณมือถืออ่อน ต้องการรู้ความชื้นดินและระดับน้ำในบ่อ และสั่งปั๊มน้ำโซลาร์
E ฟาร์มของเราเอง หากมีสมาชิกทำฟาร์มและมีข้อมูลพื้นที่ชัดเจน ให้ใช้ฟาร์มนั้นเป็นโจทย์ได้ เริ่มจากปัญหาที่เขียนไว้ตอนเริ่มช่วงที่ 1 ระบุขนาดพื้นที่ ระยะจากบ้าน แหล่งจ่ายไฟ สัญญาณมือถือ และวิธีที่ใช้แก้ปัญหาอยู่ในปัจจุบัน

บันทึกผล

  1. โจทย์ที่เลือก (กรอก A, B, C, D หรือ E ตามตาราง)

ปัญหาที่ต้องการแก้ (หนึ่งประโยค: ระบุสิ่งที่เกิดขึ้นและผลกระทบ โดยยังไม่ต้องเสนออุปกรณ์)

↑ กลับไปที่ใบงาน

8.2เลือกเครือข่ายในฟาร์ม

เปรียบเทียบวิธีสื่อสาร

  1. คุยกันเรื่อง ระยะทาง แหล่งจ่ายไฟ ปริมาณข้อมูล และค่าใช้จ่าย ใช้ตารางนี้เลือกวิธีที่ควรนำไปทดสอบ ไม่ต้องจำทุกเทคโนโลยี ระยะในตารางเป็นค่าโดยประมาณในที่โล่ง ของจริงต้องสำรวจหน้างาน
วิธี ระยะโดยประมาณ (ที่โล่ง) พลังงานที่ใช้ ข้อดี ข้อจำกัด ค่าใช้จ่ายและอุปกรณ์
WiFi 30–50 ม. จากเราเตอร์ ขยายได้ด้วยตัวกระจายสัญญาณ สูง ต้องมีไฟเลี้ยงตลอด ใช้ของที่มีอยู่ บอร์ดในชุดใช้อยู่แล้ว ส่งข้อมูลได้มาก ต่อ Home Assistant ได้โดยตรง ระยะสั้น สัญญาณตกเมื่อมีกำแพงหรือต้นไม้ ใช้ถ่านอยู่ได้ไม่นาน เราเตอร์ ตัวกระจายสัญญาณ
ESP-NOW 100–200 ม. บอร์ดถึงบอร์ด ต่ำ เมื่อส่งเป็นช่วงแล้วหลับ ไม่ต้องมีเราเตอร์ บอร์ด ESP32 ราคาถูก ไกลกว่า WiFi ส่งได้ทีละชุดเล็ก ต้องมีบอร์ดตัวรับที่ต่อ Home Assistant และต้องเขียนโปรแกรมเอง (เราจะทดลองในช่วงที่ 4) บอร์ดเพิ่มหนึ่งตัวเป็นตัวรับ
Zigbee 10–30 ม. ต่อช่วง ส่งต่อกันเป็นทอด ๆ ต่ำมาก เซนเซอร์ใช้ถ่านได้เป็นปี อุปกรณ์สำเร็จรูปมีให้เลือกมาก ต่อ Home Assistant ผ่านตัวรับ USB ระยะสั้นต่อช่วง ตัวส่งต่อต้องมีไฟเลี้ยงตลอด ส่งข้อมูลได้น้อย ตัวรับ USB และอุปกรณ์แต่ละตัว
LoRa / LoRaWAN 1–10 กม. สั้นลงมากเมื่อมีต้นไม้หรืออาคาร ต่ำมาก เมื่อส่งเป็นช่วง ไกลที่สุด ไม่ต้องพึ่งผู้ให้บริการ ส่งได้ค่าจำนวนน้อยนาน ๆ ครั้ง สั่งงานกลับได้ช้า ต้องมีเกตเวย์ที่ต่อ Home Assistant โมดูลต่อจุด และเกตเวย์หนึ่งตัว
เครือข่ายมือถือ / NB-IoT ทุกที่ที่มีสัญญาณ ปานกลางถึงสูง NB-IoT ต่ำกว่า ไม่ต้องสร้างเครือข่ายเอง ไกลแค่ไหนก็ได้ถ้ามีสัญญาณ ค่าบริการรายเดือน ขึ้นกับสัญญาณในพื้นที่ ข้อมูลมักต้องผ่านเซิร์ฟเวอร์ภายนอกก่อนเข้า Home Assistant โมดูล ซิม และค่าบริการ
RS-485 ประมาณ 1 กม. ผ่านสาย ต่ำ แต่ต้องมีไฟเลี้ยงตามสาย ทนสัญญาณรบกวน เสถียร เซนเซอร์อุตสาหกรรม (Modbus) ใช้กันมาก ต้องเดินสาย เสี่ยงฟ้าผ่าและสัตว์กัดสาย สาย อุปกรณ์ และค่าติดตั้ง

เลือกและจดข้อสรุป

  1. เลือกวิธีสื่อสารสำหรับแต่ละจุดในโจทย์ฟาร์มของกลุ่ม ระบุชื่อวิธีและเหตุผลที่สัมพันธ์กับระยะทาง แหล่งจ่ายไฟ หรือข้อจำกัดของพื้นที่ ไม่ใช่ชื่อ WiFi ของห้องอบรม
จุดเชื่อมต่อ วิธีสื่อสารที่เลือก (ระบุชื่อ เช่น WiFi หรือ RS-485) เหตุผลที่เหมาะกับโจทย์ (ระยะทาง ไฟเลี้ยง หรือข้อจำกัดหน้างาน)
จากเซนเซอร์ถึงระบบควบคุม
จากระบบควบคุมถึงอุปกรณ์ปลายทาง

↑ กลับไปที่ใบงาน

8.3การเข้าถึงจากนอกฟาร์มและคลาวด์

ทำเครื่องหมายเมื่อสมาชิกในทีมเข้าใจประเด็นต่อไปนี้

  • ระบบที่เราสร้างในกิจกรรมนี้เข้าถึงได้เฉพาะในเครือข่ายภายใน โทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ที่จะดูแดชบอร์ดต้องต่อ WiFi เดียวกับ Home Assistant
  • ถ้าต้องดูหรือสั่งงานจากนอกฟาร์ม ต้องตั้งค่าวิธีเข้าถึงจากภายนอกเพิ่มเติม วิธีหนึ่งสำหรับ Home Assistant คือบริการ Home Assistant Cloud ของ Nabu Casa (nabucasa.com) ซึ่งมีค่าใช้จ่าย อีกทางหนึ่งคือเชื่อมต่อผ่าน VPN เพื่อเข้าถึงเครือข่ายในฟาร์ม ส่วนอุปกรณ์สำเร็จรูปบางยี่ห้อ เช่น Tuya หรือ Xiaomi มีบริการคลาวด์ของผู้ผลิต โดยค่าใช้จ่ายและความสามารถขึ้นอยู่กับบริการที่เลือก
  • ระบบของเรายังทำงานตามกฎได้แม้อินเทอร์เน็ตดับ ต่างจากระบบที่ทำงานผ่านคลาวด์อย่างเดียว ถ้าเลือกใช้ระบบแบบคลาวด์อย่างเดียว ส่วนที่สำคัญต้องมีกลไกป้องกัน (fail-safe) ในตัว

↑ กลับไปที่ใบงาน

8.4เลือกแบตเตอรี่สำหรับระบบโซลาร์

Charge controller ในกล่องจ่ายไฟของกลุ่มควบคุมการชาร์จแบตเตอรี่จากแผงโซลาร์เซลล์ และจ่ายไฟให้โหลด ชุดอบรมใช้อะแดปเตอร์ 12V ที่ขั้วแบตเตอรี่แทนแบตเตอรี่จริง จึงไม่ต่อแผงโซลาร์เซลล์ในชุดนี้ เพราะไม่มีแบตเตอรี่รับพลังงานจากการชาร์จ

ดูขั้วต่อของกล่องจ่ายไฟ

  1. ดูขั้วต่อด้านล่างจากซ้ายไปขวา: แผงโซลาร์เซลล์ (ยังไม่ต่อสาย) แบตเตอรี่ (ต่ออะแดปเตอร์ของชุดทดลอง) และ โหลด DC (ผ่านรีเลย์ไปยังปั๊ม) ส่วน USB สองช่องจ่ายไฟให้บอร์ดทั้งสอง ในระบบจริง แบตเตอรี่คือส่วนที่ต้องเลือกให้ถูกชนิดและถูกขนาด

เทียบชนิดแบตเตอรี่ที่ใช้กับโซลาร์

  1. อ่านตารางแล้วคุยกันว่าแต่ละชนิดต่างกันตรงไหน ค่าในตารางเป็นค่าโดยประมาณของแบตเตอรี่ 12 V ที่ขายทั่วไป ตัวเลขจริงดูจากสเปกของรุ่นที่จะซื้อ
ชนิด ราคาต่อความจุ ส่วนที่ใช้ได้จริงต่อรอบ อายุ (รอบชาร์จ) น้ำหนักและการดูแล ข้อควรระวัง
ตะกั่ว-กรดแบบน้ำ (Flooded) ถูกที่สุด ประมาณครึ่งหนึ่งของความจุ 300–500 รอบ หนัก ต้องเติมน้ำกลั่นและมีที่ระบายอากาศ ปล่อยจนหมดบ่อยจะเสียเร็ว
ตะกั่ว-กรดแบบแห้ง (AGM / Gel มักขายในชื่อ deep cycle) ถูก ประมาณครึ่งหนึ่ง 400–800 รอบ หนัก ไม่ต้องเติมน้ำ Gel ต้องใช้แรงดันชาร์จต่ำกว่าแบบอื่น
ลิเธียมเหล็กฟอสเฟต (LiFePO4 หรือ LFP) แพงกว่าตะกั่ว-กรด 2–3 เท่าต่อ Ah แต่ถูกกว่าเมื่อคิดต่อรอบ 80–90% ของความจุ 2,000–5,000 รอบ เบากว่าประมาณ 1 ใน 3 ไม่ต้องดูแล มีวงจร BMS ในตัว ห้ามชาร์จเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่า 0 °C ต้องใช้ controller ที่มีโหมดลิเธียม
ลิเธียมไอออน NMC (ก้อน 18650 เพาเวอร์แบงก์ แบตรถ EV) ใกล้เคียง LFP 80–90% 500–1,500 รอบ เบาที่สุด เสี่ยงไฟไหม้มากกว่าถ้าชาร์จผิดหรือชำรุด เหมาะกับอุปกรณ์เล็กและพกพา มากกว่าระบบติดตั้งถาวร

ชนิดอื่นที่พบได้: NiMH ในโคมไฟโซลาร์ขนาดเล็ก และ โซเดียมไอออน ที่เริ่มมีขายแต่ยังไม่แพร่หลาย งานติดตั้งถาวรในฟาร์มส่วนใหญ่เลือกระหว่างตะกั่ว-กรดกับ LFP

เลือกให้เหมาะกับโจทย์

  1. คุยกันตามลำดับนี้ แล้วเลือกชนิดที่เหมาะกับโจทย์ของกลุ่ม
    • ต้องใช้ไฟกลางคืนหรือไม่ ถ้าอุปกรณ์ทำงานเฉพาะตอนแดดพอ เช่น ปั๊ม อาจไม่ต้องมีแบตเตอรี่เลย
    • ต้องใช้พลังงานคืนละเท่าไร (คำนวณใน 8.5) แล้วเผื่อส่วนที่ใช้ได้จริง เช่น ต้องการ 120 Wh ต่อคืน ตะกั่ว-กรดต้องมีประมาณ 240 Wh (12 V 20 Ah) ส่วน LFP ประมาณ 150 Wh (12 V 12–13 Ah)
    • ใครดูแล ถ้าไม่มีใครมาเติมน้ำหรือตรวจเป็นประจำ ให้เลือกแบบแห้งหรือ LFP
    • งบครั้งแรกกับอายุการใช้งาน ตะกั่ว-กรดถูกวันนี้แต่มักต้องเปลี่ยนทุก 2–3 ปี LFP แพงกว่าแต่ใช้ได้ 8–10 ปี
    • ที่ตั้ง น้ำหนัก และความร้อน จุดที่ต้องยกไปไกลหรือติดบนเสาต้องการของเบา อากาศร้อนจัดลดอายุแบตเตอรี่ทุกชนิด จึงควรวางในที่ร่ม

Charge controller และอินเวอร์เตอร์

Charge controller รับไฟจากแผงโซลาร์เซลล์มาชาร์จแบตเตอรี่ให้พอดี ไม่ชาร์จเกิน และจ่ายไฟจากแบตเตอรี่ไปยังโหลด ต้องเลือกรุ่นที่รองรับชนิดแบตเตอรี่ที่ใช้ เพราะแต่ละชนิดต้องการแรงดันชาร์จต่างกัน

แผนภาพ: แผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่ต่อเข้า charge controller ส่วนหลอด LED ต่อที่ช่องโหลดของ controller

ถ้าอุปกรณ์ต้องการไฟต่างจากแบตเตอรี่ ต้องมีตัวแปลงไฟ เช่น ปั๊มหรืออุปกรณ์ที่ใช้ไฟบ้าน 220 V AC ต้องใช้ อินเวอร์เตอร์ แปลง 12 V DC เป็น 220 V AC อินเวอร์เตอร์ต่อกับขั้วแบตเตอรี่โดยตรงผ่านฟิวส์ ไม่ต่อผ่านช่องโหลดของ controller เพราะช่องโหลดจ่ายกระแสได้จำกัด

แผนภาพ: แบตเตอรี่ต่อกับ charge controller และจ่ายไฟให้อินเวอร์เตอร์ผ่านฟิวส์ อินเวอร์เตอร์แปลง 12 V DC เป็น 220 V AC แล้วจ่ายให้ปั๊ม

จดข้อสรุป

  1. ชนิดแบตเตอรี่ที่เลือก (เช่น ตะกั่ว-กรด หรือ LFP) และเหตุผลที่เหมาะกับการใช้งานของกลุ่ม เช่น การใช้ไฟกลางคืนหรือผู้ดูแล (ถ้าไม่ต้องใช้ ให้ระบุว่าไม่ใช้พร้อมเหตุผล)

↑ กลับไปที่ใบงาน

8.5คำนวณพลังงานแล้วเลือกแหล่งจ่ายไฟ

วิธีคำนวณ

  1. หากำลังไฟรวมที่ต้องใช้

    สูตร: กำลังไฟ (W) = แรงดัน (V) × กระแส (A)

    อ่านแรงดันและกระแสจากป้ายของอุปกรณ์ ถ้ามีหลายอุปกรณ์ทำงานพร้อมกัน ให้บวกกำลังไฟรวมกัน

  2. หาพลังงานที่ต้องใช้จากแบตเตอรี่ในหนึ่งวัน

    สูตร: พลังงาน (Wh) = กำลังไฟ (W) × ชั่วโมงที่ใช้งาน

    นับเฉพาะชั่วโมงที่อุปกรณ์ทำงานจริงในหนึ่งวัน

  3. เลือกขนาดแบตเตอรี่

    สูตร: ความจุ (Ah) = พลังงาน (Wh) ÷ 12 V ÷ ส่วนที่ใช้ได้จริง (ตะกั่ว-กรด 0.5 · LFP 0.8–0.9 ตาม 8.4)

    แบตเตอรี่ต้องเก็บพลังงานได้อย่างน้อยเท่ากับข้อ 2 ตัวเลขที่ได้คือความจุที่ต้องซื้อ

  4. เลือกจำนวนแผง

    สูตร: กำลังแผงที่ต้องมี (W) = พลังงาน (Wh) ÷ ชั่วโมงแดดเต็ม แล้วปัดขึ้นเป็นจำนวนแผง

    ใช้วันที่แดดน้อยที่สุดเป็นเกณฑ์ เช่น วันฟ้าครึ้มได้แดดเทียบเท่าเต็มกำลังเพียง 3 ชั่วโมง วันแดดดีได้ 4–5 ชั่วโมง ถ้าออกแบบจากวันแดดดี แผงจะไม่พอในวันฟ้าครึ้ม

ตัวอย่าง ลองคำนวณตามสี่ข้อด้านบนไปพร้อมกัน

ตัวอย่างที่ 1: หลอด LED 50 W เปิดกลางคืน 8 ชั่วโมง ตัวอย่างที่ 2: ปั๊ม 1,100 W วันละ 2 ชั่วโมง
1. กำลังไฟ 12 V × 4.2 A ≈ 50 W 220 V × 5 A = 1,100 W
2. พลังงานต่อวัน 50 W × 8 ชม. = 400 Wh 1,100 W × 2 ชม. = 2,200 Wh
3. แบตเตอรี่อย่างน้อย 400 Wh ÷ 12 V ≈ 33 Ah ที่ใช้ได้จริง → ตะกั่ว-กรดประมาณ 70 Ah หรือ LFP ประมาณ 40 Ah 2,200 Wh ÷ 12 V ≈ 183 Ah ที่ใช้ได้จริง → ตะกั่ว-กรดประมาณ 370 Ah หรือ LFP ประมาณ 220 Ah
4. แผงเมื่อได้แดดเต็มเพียง 3 ชั่วโมง 400 Wh ÷ 3 ชม. ≈ 133 W → แผง 150 W หนึ่งแผง 2,200 Wh ÷ 3 ชม. ≈ 733 W → แผง 150 W ห้าแผง

นอกจากการคำนวณข้างต้นแล้ว ต้องตรวจว่าอุปกรณ์รองรับกระแสสูงสุดที่ต้องใช้ได้หรือไม่ เช่น ปั๊ม 1,100 W ใช้กับ charge controller ในชุดอบรมนี้ไม่ได้ เพราะจ่ายไฟได้สูงสุด 390 W เท่านั้น

อุปกรณ์บางชนิด เช่น ปั๊มน้ำ ต้องการกระแสขณะเริ่มทำงานสูงกว่าขณะเดินตามปกติ จึงต้องเลือกอุปกรณ์ที่รองรับกระแสช่วงนี้ได้ด้วย ตัวอย่างเช่น ปั๊มที่ใช้กำลังไฟ 1,100 W ขณะเดิน อาจต้องการกำลังไฟสูงถึง 3,000 W ขณะเริ่มทำงาน ทั้งนี้ต้องตรวจจากสเปกของปั๊มและอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกัน

จดเฉพาะแผนพลังงานของกลุ่ม

  1. เลือกแหล่งจ่ายไฟให้เซนเซอร์ ระบบควบคุม และอุปกรณ์ปลายทาง เช่น ไฟบ้าน โซลาร์เฉพาะกลางวัน หรือโซลาร์พร้อมแบตเตอรี่ หากยังไม่รู้กำลังไฟหรือเวลาใช้งานจริง ให้จดข้อมูลที่ต้องหาเพิ่มก่อนเลือกขนาดอุปกรณ์

แหล่งจ่ายไฟของแต่ละส่วน (ระบุให้ครบ: เซนเซอร์ / เครื่องควบคุม / อุปกรณ์ที่สั่งงาน และแหล่งไฟที่เลือกให้แต่ละส่วน)

อุปกรณ์ที่ต้องมีไฟสำรอง และต้องทำงานต่อได้กี่ชั่วโมงเมื่อไฟหลักขาด (ถ้าไม่ต้องสำรอง ให้ระบุว่าไม่มี)

ระวัง แผงที่โดนแสงมีแรงดันที่ขั้ว ห้ามให้ขั้วบวก–ลบแตะกัน การต่อระบบจริงต้องใช้แบตเตอรี่และอุปกรณ์ที่เข้ากัน และทำตามลำดับในคู่มือของรุ่นนั้น

↑ กลับไปที่ใบงาน

คุยท้ายเรื่อง ถ้าฟ้าครึ้มต่อเนื่องสามวัน แล้วระบบต้องทำงานต่อ เราต้องรู้ข้อมูลอะไรเพิ่มก่อนเลือกขนาดไฟสำรอง จดเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวกับโจทย์ของกลุ่มไว้ต่อท้ายคำตอบเรื่องไฟสำรองในข้อ 5

8.6ออกแบบระบบสำหรับทดลองหนึ่งจุด

สรุปแบบที่กลุ่มเลือกเป็นสี่ส่วน คำตอบที่กรอกไว้ในข้อ 8.2, 8.4 และ 8.5 จะปรากฏในส่วนนี้โดยอัตโนมัติ หากยังไม่รู้ข้อมูลบางอย่าง ให้จดว่าต้องตรวจอะไรเพิ่มไว้ในช่องนั้น

เซนเซอร์และอุปกรณ์ที่สั่งงาน

  1. ระบุเซนเซอร์หลักและอุปกรณ์ที่จะสั่งงาน อุปกรณ์เพิ่มเติมที่โจทย์ต้องใช้ให้จดรวมได้

เซนเซอร์หลัก (ระบุชนิดและสิ่งที่จะวัด ไม่จำเป็นต้องระบุยี่ห้อ) อุปกรณ์ที่จะสั่งงาน (เช่น ปั๊ม วาล์ว หรือพัดลม)

เมื่อเกิดอะไร ระบบจะสั่งให้อุปกรณ์ทำอะไร (เขียนเป็นประโยค “ถ้า… แล้วให้…”)

หากเซนเซอร์หรือการสื่อสารขัดข้อง ระบบควรทำอย่างไร และส่วนใดจะทำหน้าที่ป้องกัน

วิธีสื่อสาร

  1. สองแถวแรกมาจาก 8.2 แถวที่สามให้เลือกจากที่ฟังใน 8.3 ว่าเจ้าของต้องดูหรือสั่งงานจากนอกฟาร์มหรือไม่ ถ้าไม่ต้อง ให้ระบุว่า “ไม่ใช้” พร้อมเหตุผลในช่องข้างกัน หากต้องการเข้าถึงจากภายนอก ให้ระบุวิธี เช่น Home Assistant Cloud หรือ VPN และเหตุผลที่เลือก
จุดเชื่อมต่อ วิธีสื่อสารที่เลือก (ระบุชื่อ เช่น WiFi หรือ RS-485) เหตุผลที่เหมาะกับโจทย์ (ระยะทาง ไฟเลี้ยง หรือข้อจำกัดหน้างาน)
จากเซนเซอร์ถึงระบบควบคุม
จากระบบควบคุมถึงอุปกรณ์ปลายทาง
จากฟาร์มถึงเจ้าของนอกฟาร์ม

แหล่งพลังงาน

  1. ตรวจแผนพลังงานจาก 8.4 และ 8.5 อีกครั้งให้ตรงกับอุปกรณ์ที่เลือกในข้อ 1

แหล่งจ่ายไฟของแต่ละส่วน (ระบุให้ครบ: เซนเซอร์ / เครื่องควบคุม / อุปกรณ์ที่สั่งงาน และแหล่งไฟที่เลือกให้แต่ละส่วน)

ชนิดแบตเตอรี่ที่เลือกและเหตุผลที่เหมาะกับโจทย์ (ถ้าไม่ใช้ ให้ระบุว่าไม่ใช้พร้อมเหตุผล)

อุปกรณ์ที่ต้องมีไฟสำรอง และต้องทำงานต่อได้กี่ชั่วโมงเมื่อไฟหลักขาด (ถ้าไม่ต้องสำรอง ให้ระบุว่าไม่มี)

แผนทดสอบ

  1. เขียนว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าระบบทำงานตามที่ตั้งใจ ทั้งเมื่อทำงานตามปกติและเมื่อเกิดปัญหาที่ระบุในข้อ 1: จะดูหรือวัดอะไร และผลแบบใดจึงถือว่าใช้ได้

จะทดลองอย่างไรและดูหรือวัดอะไร (ระบุการทดสอบปกติและการจำลองปัญหา)

เกณฑ์ผ่านของแต่ละการทดสอบ (ระบุผลที่สังเกตได้หรือค่าที่วัดได้ เช่น อุปกรณ์หยุดภายในเวลาที่กำหนด)

↑ กลับไปที่ใบงาน

ก่อนจบช่วงที่ 3

ชุดอุปกรณ์ใช้ต่อในช่วงที่ 4 ทำตามลำดับต่อไปนี้ เพื่อป้องกันระบบสั่งเปิดปั๊มระหว่างที่ไม่มีคนดูแล

ต่อไป: ช่วงที่ 4 — ขยายระบบไปแปลงที่ WiFi ไม่ถึง